> สมัยตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าในวิชาพละศึกษา
>คุณครูสั่งให้เราวิ่งรอบสนามกันคนละ 20 รอบ เพื่อจับเวลาของแต่ละคน
>แถมยังมีรางวัลมาล่อใจอีกด้วยว่า
> ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรกจะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้
>
> พอเริ่มออกสตาร์ท ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน
> พยายามจะเบียดตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด
> เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่นในช่วงออกตัว
>แล้วพอครูบอกว่าวิ่งได้เท่านั้นแหละ
> เพื่อนหลายคนของฉันก็วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิต
>
> ส่วนฉัน - โน่น วิ่งอยู่หลังสุด
>
> ไม่ได้ช้าเพราะเหนื่อย หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง
> แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนานกับการวิ่งจับเวลาซะเหลือเกิน
> เพราะฉันวิ่งไป-
>คุยไป
> กับเพื่อนซี้รู้ใจแบบไม่สนเวลา
>
> ฉันสนใจความสนุกสนานระหว่างการวิ่งมากกว่า
>
> บางทีเห็นคนข้างหน้าที่วิ่งนำมาหลายรอบกำลังชะลอความเร็ว
> เพราะเหนื่อยหอบ ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้
>หรือบางทีหันไปเห็นเพื่อนที่วิ่งรั้งท้ายตลอด
> ก็จะพยายามวิ่งให้ช้าลง รอให้เขาวิ่งทันจะได้คุยไปด้วยกันหลายๆ
>คน….สนุกดี
>
>
> หรือบางทีรู้สึกไม่อยากแซวงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ
> เพราะว่าวิ่งตามหลังเขา จะได้แอบนินทาเขาได้ สนุกไปอีกแบบ
> จะทำลายสถิติไหม ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าวิ่งช้าๆ มันไม่เหนื่อยเร็ว
>และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัยก็พอ
> ………………………………….
> คงคล้ายๆ กับความรักกระมัง
>
> ทุกคนมีเส้นชัยของตัวเอ มีสถิติที่ตัวเองพอใจ
> แต่คนที่เข้าเส้นชัยก่อน ใช่ว่าจะคว้าความรักที่ดีได้ก่อนเสมอไป
> และสถิติที่ดี
>ก็ไม่ได้การันตีว่าความรักจะสมบูรณ์แบบ
>
> ในขณะที่สังคมทุกวันนี้ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ
>อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า เพราะนั่นย่อมหมายถึง การพลาดโอกาสดีๆ
>ในชีวิตไป
>
> แต่สังคมของความรักสอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าวให้ช้าลง
> แต่หนักแน่นขึ้น
>
> โลกภายนอกบอกให้เรารู้ว่า
> อย่าวิ่งตามใครถ้าไม่แน่ใจว่าจะตามเขาได้ทัน เพราะมันเสียแรงเปล่า
> และโง่เหลือเกิน
>
> แต่โลกของความรัก ใครอีกหลายคนสมัครใจที่จะเป็นคนโง่
> เพื่อวิ่งตามคนที่ตัวเองรักให้ทัน ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีวันนั้น
> ………………………………
> เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน มีเส้นชัยในหัวใจของเธอเอง
>
> คนรักของเธอเป็นนักวิ่งฝีเท้าดี เพราะตั้งแต่อยู่กันมา
>เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ
> ไม่เคยบอกล่วงหน้า และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย
> แต่ความเร็วของเขาก็ไม่มากไปกว่าความรักที่เธอมี
>
> ความรักทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น ใกล้เขามากขึ้น
> และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะจนคลาดสายตาเธอ
>
> แต่เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขา
> เธอก็จะเลือกที่จะวิ่งให้ช้าลงราวกับว่าจะวิ่งเหยาะๆ
> ตามเขาไปเรื่อยๆ
>
> เธอแซงหน้าเขาได้ – แต่เธอไม่ทำ
> แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขาในแนวเดียวกัน
>เธอก็ทำได้
> – แต่เธอไม่ทำ
>
> เหตุผลที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอทำเอาใจฉันนิ่งงัน
>
> “ ถ้าวิ่งให้ทันเขา หรือแซงหน้าเขาไป
> ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีก แต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้
>เท่ากับว่าฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา
> ยังมีเขาอยู่ในสายตา – ในชีวิต แม้ว่าเขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา
> แล้ววิ่งให้ช้าลงเลยก็ตาม”
>
> “ แล้วทำไมไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย
> เธอเป็นคนรักของเขานะ”
>
> คำถามของฉันทำให้แววตาของเพื่อนรักปรากฏรอยเศร้า … แต่ปากยิ้ม
>
> “ ฉันกลัวเขารู้ตัว แล้ววิ่งหนีฉันไปไกลยิ่งกว่านี้
>
>ถึงวันนั้นฉันอาจเหนื่อยจนหมดแรงที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว…ห่างแบบนี้ดีกว่า
> ฉันได้เห็นเขา มันอุ่นใจ หรือถ้าวันหนึ่งเขาล้มลง…
> ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน
>และถ้ามันจะทำให้เขาเห็นความจริงใจของฉัน
> เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง – ถ้าเขาหายดีแล้ว”
>
> ความรักทำให้คนมีความหวังอยู่เสมอ
>
> ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้คนบางคนดูโง่งมงายเสียเต็มประดา
>
> ถ้าเพื่อนเลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง
> แล้วไปตั้งต้นใหม่กับใครสักคนที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน
> ป่านนี้..เพื่อนของฉันคงเข้าเส้นชัยไปนานแล้ว
>
> แต่เพื่อนยังคงเต็มใจที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ
>
> แม้ว่าบางที – อาจจะไม่มีวันนั้น ..
> วันที่เพื่อนเข้าเส้นชัยแห่งความรัก
>
> เพราะบางที…..
>
> “ เส้นชัย” อาจไม่มีความหมาย ต่อคนบางคนหากว่าเขาเข้าเส้นชัย
> แต่ได้ทำหัวใจหล่นหายไประหว่างทาง
>
> เมื่อความสุขคือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม ในสังคมของความรัก…
> ฉันจึงมองเห็นคนที่วิ่งช้า
> และปรารถนาจะเป็นผู้ตามด้วยความเต็มใจอยู่เสมอ
>
> ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ….
> แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด
>
> เป็นไงกันบ้างอะจ้ะ... บางครั้ง...บางคนก็คิดว่า
> ทำไมจะต้องตามเค้านะ... ความคิดนี้คงจะเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ...
> ตอนนี้ก็คงจะพอรู้สึกถึงความรู้สึกของการตามบ้างแล้วนะ..
>
> อยากเป็นคนตาม...โดยที่ไม่รู้จักเหนื่อยบ้างเหมือนกันเนาะ....

การรอคอย

posted on 06 Dec 2009 21:40 by my-self
เราไม่เคยท้อแท้..หรือเหนื่อย...กับการ..." รอคอย "

แต่เราท้อ..เหนื่อย..เจ็บปวด..ทรมาน

และมีน้ำตา...เมื่อได้รับรู้คำตอบหรือ " ผลของการรอคอย " ต่างหาก

บางครั้งมันอาจเป็นเพียงการรอคอยในเรื่องเล็กน้อย..

แต่มันกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่..สำหรับคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอ..

และตรงกันข้าม...มันดูเป็นเรื่องเล็กจิ๋ว..เหลือเกิน..สำหรับคนที่ถูกรอ...

อาจไม่รูตัวเลยด้วยซ้ำ...

ชอล์ก กับ กระดานดำ

posted on 29 Nov 2009 11:58 by my-self
แต่เดิม ชอล์ก กับ กระดานดำ ก็รักกันดี
 
เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
 
ต่างสิ่งต่างชอบและเชื่อมั่นในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น 
 
แต่อยู่มาวันหนึ่งชอล์กก็บังเอิญได้ไปเจอกับไวท์บอร์ด
 
จึงติดใจหลงรักในความขาวสะอาด
 
ในที่สุด...ชอล์กก็ตัดสินใจบอกเลิกกับกระดานดำ 
 
กระดานดำเสียใจมาก เธอทำผิดอะไร
 
ทำไมชอล์กจึงเปลี่ยนแปลง
 
เพราะเธอดำอย่างงั้นใช่ไหม
 
เมื่อคิดได้อย่างนี้ กระดานดำจึงไปหาครีมไวท์เทนนิ่งต่างๆ มาใช้ 
 
ทางฝ่ายชอล์ก หลังจากบอกเลิกกระดานดำแล้ว
 
ก็ไปคบหากับไวท์บอร์ด
 
แต่ไม่นานเท่าไหร่
 
ชอล์กก็ได้เรียนรู้ว่าตัวเองกับไวท์บอร์ดนั้น เข้ากันไม่ได้เลย 
 
ชอล์กเขียนไวท์บอร์ดไม่ติด ไวท์บอร์ดไม่รักชอล์กแม้แต่นิดเดียว
 
ชอล์กผิดหวังกับไวท์บอร์ดมาก จึงพาหัวใจช้ำๆ กลับไปหากระดาษดำ
 
แต่...กระดานดำเปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่ดำเหมือนก่อนแล้ว
 
และ หั ว ใ จ ข อ ง เ ธ อ ก็เปลี่ยนไปแล้วด้วยเช่นกัน 
 
 
 
 
       อ ย่ า ทำ ร้ า ย ค น ที่ ใ ช่
 
                       ด้ ว ย ค ว า ม โ ล เ ล
 
 
 
 
ช่างเป็นเรื่องเศร้า!!! 
 
แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เราคิดได้ว่า
 
ถ้ารักใคร ก็ต้องรักที่หัวใจของเขา
 
ไม่ใช่ที่หน้าตา ไม่ใช่เสื้อผ้าที่เขาใส่
 
ม่ใช่เพราะนามสกุลเขาดัง
 
และไม่ใช่เพราะบ้านเขารวย
 
การรักคนที่เปลือก และการตั้งสเปกว่าถ้ามีแฟน
 
แฟนฉันต้องเพอร์เฟ็คต์สุดๆ
 
แต่ต้องเป็นได้ในทุกสิ่งที่ฉันหวังนั้น
 
เป็นการรักที่เหมือนดอกไม้ ทันทีที่บาน ไม่นานก็จะแห้งเ่ยวลง 
 
เพราะไม่มีใครที่เพอร์เฟ็คต์ทุกด้านและยอมเปลี่ยนตัวเองได้เพื่อคนอื่นขนาดนั้น
 
ชีวิตของเขาหรือของเราก็เหมือนเส้นวงกลมที่วาดด้วยมือ
 
จึงไม่มีเส้นเส้นไหนหรอกที่จะสมบูรณ์แบบ เหมือนใช้วงเวียนวาด
 
 
 

เคยไหม...ที่คิดจะรัก

posted on 12 Nov 2009 17:46 by my-self

เคยไหม…ที่รักใครมากจนไม่สนใจว่าเขาจะเป็นยังไง จะดี จะร้ายแค่ไหน

 เคยไหมที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุขถึงแม้ว่าตัวเราจะทุกข์แค่ไหนก็ตาม
 เคยไหมที่นึกถึงเขาทุกลมหายใจ นึกถึงเขาทุกครั้งที่หลับตา และเป็นคนแรกที่นึกถึงตอนตื่นขึ้นมา
 เคยไหมที่เชื่อมั่นในคำสัญญาของเขาทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีวันเป็นไปได้
 เคยไหมที่ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องเสียใจเพื่อแค่ให้เขายังอยู่กับเราต่อไป
 เคยไหมที่ไว้ใจ เชื่อใจเขา ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้
 เคยไหมที่ถูกใครทำร้ายหัวใจ แล้วยังยอมให้เขากลับมาทำร้ายหัวใจเราเหมือนเดิม
 เคยไหมที่ตลอดเวลาที่คบกับเขาแล้วถูกโกหกแต่ก็ยังเชื่อในคำโกหกของเขา
 เคยไหมที่เขาทำในสิ่งที่อภัยให้ไม่ได้ แต่ก็ยังอภัยให้เขา เพียงเพราะว่ารัก
 เคยไหมที่ต้องให้โอกาสเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งๆที่รู้ว่าให้โอกาสทำในสิ่งที่เขา เปลี่ยนไม่ได้
 เคยไหมที่คิดถึงเขาแล้วนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวบ่อยๆ
 เคยไหมที่อยากให้เขากลับมาอยู่ข้างกายเราทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
 เคยไหมที่คิดย้อนวันเวลากลับไปแล้วจะทำแต่สิ่งดีๆ ทำให้ช่วงเวลาของเราที่อยู่ด้วยกันมีความสุขที่สุด
 เคยไหมเวลาที่ไปโรงเรียนแล้วอยากเจอหน้าเขาเป็นคนแรกและคนสุดท้ายก่อนกลับ
 เคยไหมที่อยากดูหนังเรื่องนี้มากๆแต่ถ้าไม่ได้ไปดูกับคนที่เรารักก็จะไม่ไปดู แม้อยากดูมากก็เถอะ
 เคยไหมที่ไม่สนใจใครเลยที่เข้ามาจีบแม้เขาจะน่าสนใจมากแค่ไหนก็ตามเพียงเพราะเรามีเขาอยู่เต็มหัวใจ
 เคยไหมก่อนที่จะทำอะไรลงไปจะต้องนึกถึงความรู้สึกเขาก่อนว่าเขาจะคิดยังไง
 เคยไหมที่ห่วงใครมากๆจนไม่อยากให้ไปไหนสำหรับเราคงเคยหลายครั้ง
 เคยไหมที่ทำตัววุ่นวายจนทำให้เขารู้สึกรำคาญสำหรับเราคงจะแทบทุกวัน
 เคยไหมที่ก้าวก่ายชีวิตของเขามากเกินไปจนเขาไม่มีความเป็นส่วนตัว
 เคยไหมที่ห้ามนู้น ห้ามนี้ ห้ามเขาซะทุกอย่างจนเขาแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
 เคยไหมที่ชอบว่า ชอบบ่น ว่าซะทุกเรื่องที่เขาทำอะไรที่เราไม่ชอบ
 เคยไหมที่ชอบโกรธ ชอบงอน เวลาที่เขาทำอะไรขัดใจเรา
 เคยไหมที่ขี้หึง หึงแม้กระทั่งรู้ว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่น (หรือป่าวไม่รู้) แค่ได้ยินเสียงผู้หญิงก็หึงได้
 เคยไหมที่แค่เขาชมใคร ว่าสวย ว่าน่ารัก เราก็เก็บมาคิดมากจนทะเลาะกัน
 เคยไหมที่อยากจะทำตัวให้ดูดี ให้น่ารัก เพื่อที่จะไม่ให้เขาไปสนใจใคร
 เคยไหมที่รู้สึกเป็นห่วง อยากรู้ว่าเขาทำอะไรที่ไหน ยังไง กับใคร แล้วคิดจนปวดหัว
 เคยไหมที่เวลาโทรหาเขาแล้วไม่รับมันทำให้เราแทบบ้า
 เคยไหมที่แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง ไม่เป็นอะไรแต่ลึกๆทำไมเราถึงอ่อนแอขนาดนี้
 เคยไหมที่แกล้งทำเป็นยิ้ม แล้วพูดว่าไม่เป็นไรฉันยังไหวอยู่ แต่ในใจฉันอยากจะตาย
 เคยไหมที่เวลาคุยโทรศัพท์แล้วทะเลาะกันจะต้องทำน้ำเสียงร่าเริงเหมือนไม่เป็นไร แต่จริงๆ ทำไมน้ำตามันไหลอาบแก้ม
 เคยไหมที่ทะเลาะกันแล้วชอบปิดโทรศัพท์ทั้งๆที่อยากคุยด้วยจะตาย
 เคยไหมที่แกล้งทำเป็นหยิ่ง ทำเป็นงอนทั้งๆที่อยากดีด้วยจะตาย แต่กลัวเสียฟอร์ม
 เคยไหมที่อยากจะกอดเขาไว้ให้ได้นานเท่านานก่อนที่เขาจะจากไป
 เคยไหมที่อยากจะอยู่เคียงข้าง อยากปลอบโยนเขาเวลาที่เขาต้องทุกข์ใจ
 เคยไหมที่อยากให้เขาเข้าใจเราในทุกๆเรื่อง
 เคยไหมที่รู้สึกเบื่อคำว่ารัก (ที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง) แต่อยากให้เขาแสดงออก
 เคยไหมที่อยากเห็นหน้าเขา อยากเห็นรอยยิ้มของเขาทุกวัน อยากให้โลกนี้มีเราแค่ 2 คน
 เคยไหมที่คิดว่าเขาเป็นทั้งชีวิตและลมหายใจของเรา (ถ้าขาดไปฉันคงตายแน่)
 เคยไหมที่อยากจะทำนู้น ทำนี่ให้เขารู้สึกดี อยากหัยเขารู้ว่าเรารักเขาจะตาย
 เคยไหมที่คิดน้อยใจเวลาที่เขาไม่สนใจ ไม่แคร์กัน
 เคยไหมเวลาที่เรางอนแล้วอยากให้เขาง้อ (ดอกไม้สักช่อ)
 เคยไหมที่คิดไปไกลว่าเราจะรักกันตลอดไปยันตายกันไปข้างหนึ่ง
 เคยไหมที่อยากนอนดู T.V. อยู่ด้วยกัน อยากกินข้าวด้วยกัน อยากจูงมือกันไปไหนต่อไหน
 เคยไหมที่อยากให้เขาตะโกนบอกรักเราดังๆ ให้ทุกคนได้รับรู้กันไปเลย
 เคยไหมที่อยากให้เขาซื่อสัตย์กับเรา ไม่โกหกไม่นอกใจ มีแต่เพียงเรา
 เคยไหมที่อยากจะเป็นคนรักที่ดีของเขา และอยากให้เขาเป็นคนรักที่ดีของเรา
 เคยไหมเคยกลัวหรือป่าว กลัวว่าเขาจะไม่รัก
 เคยไหมอยากให้เขาภูมิใจว่า ฉันโชคดีที่สุดที่มีแฟนอย่างเธอ
 เคยไหมที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีเพื่อคนที่เรารัก และเขาก็รักเรา
 เคยไหมที่เรารักใครสักคน แต่คนๆนั้นคือคนเดียวกันที่ทำให้เรา ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เสียใจ
 เคยไหมเคยรู้สึกกับใครอย่างนี้บ้างหรือป่าว
 เคยไหมเคยรักกันบ้างหรือป่าว